[เนื้อหา/ความเห็น] Sakura, Moyu. -As the Night’s, Reincarnation- - PROLOGUE (เดโม)
คำเตือน
มีสปอย
「ปัจฉิมบทของเด็กสาวจะเริ่มต้นจากนี้ ――」
เนื้อหาในเดโมอาจมีจุดที่เปลี่ยนไปในเกมจริง
นานมาแล้ว... มีเด็กหนุ่มและเด็กสาวคู่นึงกำลังนั่งรถไฟ ซึ่งเขามีเป้าหมายและเธอก็สัญญาว่าจะไม่ปล่อยให้เหงา และแล้วก็มาถึงสถานีปลายทาง
เช้าช่วงใบไม้ผลิวันหนึ่ง คานาเดะ ไทกะออกจากบ้านเด็กกำพร้าไปโรงเรียนพร้อมกับกระเป๋าเสื้อผ้า กุญแจเก่าๆ หนึ่งดอก เงินจำนวน 32 เยน และอยู่ในสภาพท้องหิวเพราะต้องเตรียมข้าวของ แต่เหมือนโชคดีที่มีเด็กสาวคนหนึ่งเอาช็อคโกแลตมาวางทิ้งไว้ให้
「กลับมาแล้วเหรอคุโระ รอบนี้นานหน่อยนึงนะ ...ไปอยู่ไหนมาล่ะ」
คุโระ เพื่อนคนแรกของไทกะ ที่คิดว่าเป็นครอบครัวนอกจากคนๆ หนึ่ง ซึ่งคุโระกับไทกะนั่งรถไฟมาที่เมืองซังเซนด้วยกัน
ไทกะสงสัยว่าคุโระไปซื้อช็อคโกแลตมาจากไหน ซึ่งคำตอบนั้นคือใช้ร่างแมวไปเก็บหาเหรียญที่ตกตามทางรวมกันได้ 355 เยนแล้วไปซื้อมา และอยากให้ไทกะกินหมดนั่นเลยเพราะวันนี้เป็นวันพิเศษของเขา
หลังจากออกจากบ้านเด็กกำพร้า ก็เจอกับเพื่อนสมัยเด็กหมายเลขหนึ่ง โทอา โทโมฮิโตะ ซึ่งรู้ว่าไทกะออกจากบ้านเด็กกำพร้าแล้วเลยจะชวนมาอยู่ด้วย ซึ่งไทกะไม่เอาเพราะไม่อยากรับของจากผู้ชาย แต่ถ้าเป็นจากสาวล่ะก็อีกเรื่อง
แม้ว่าไทกะจะออกจากบ้านเด็กกำพร้าที่อยู่มานานร่วม 10 ปี แต่ก็ไม่ได้มีใครรับไปเลี้ยง ซึ่งเหตุผลที่ออกมานั้นคือไปได้ยินมาว่าจะมีเด็กใหม่มาอยู่ จึงต้องออกมาหาที่อยู่ใหม่แต่ก็ไม่เป็นปัญหานัก เพราะมีคน (?) ชวนให้ไปอยู่ด้วยหลายรอบ
แต่ถึงไทกะจะบอกว่าไม่อยากรับของจากผู้ชาย แต่ก็ขอลูกอมจากโทโมฮิโตะอยู่ดี และระหว่างนั้นก็คุยกันเรื่องข่าวลือเรื่องเด็กย้ายเข้าซึ่งจะมาอาทิตย์หน้าและเป็นผู้หญิง จนรถเมล์ที่มีปลายทางที่โรงเรียนซากุระกาโอกะมาถึง
ระหว่างรถเมล์จอดรับนักเรียนอยู่ รุ่นน้องและเพื่อนสมัยเด็กหมายเลขสอง อันโด จิวะก็ขึ้นมา แต่มาแล้วก็ไปทักโทโมฮิโตะก่อน และเมินไทกะจนโดนทัก
ในเมืองซังเซนมีข่าวลืออยู่หลายอย่าง
- แมวพูดภาษามนุษย์ได้
- แมวตัวนั้นใช้เวทมนตร์แปลกๆ ยามค่ำคืน
- เคยมีการต่อสู้ระหว่างมนุษย์และสิ่งมีชีวิตที่ฆ่าเท่าไหร่ก็ไม่ตาย
- มีรถจักรไอน้ำที่เชื่อมระหว่างอดีตและอนาคตหลับไหลอยู๋ในที่ทางรถไฟรกร้างซักที่
- มีดินแดนที่มีเฉพาะแมวในยามค่ำคืน
ยิ่งไปกว่านั้นคือมีตัวตนพิเศษที่ใช้คำขอของผู้คนมาเป็นพลัง แล้วคอยเฝ้ามองอนาคตของโลก และตัวตนเหล่านั้นคือเด็กสาวเพียงไม่กี่คน ที่ขอให้ความฝันของผู้คนเป็นจริงหรือจะให้ถ้อยแถลงของตัวเองไปเป็นความหวัง ซึ่งตอนนี้ไม่มีตัวตนพิเศษเหล่านั้นแล้ว
ไม่สิ...
สูญสิ้นความพิเศษไปแล้ว อาจจะถูกกว่า
ซึ่งอันโด จิวะ เธอเองนั่นแหละที่เคยเป็นตัวตนพิเศษ... อดีตสาวน้อยเวทมนตร์ที่เคยช่วยมนุษยชาติจากอันตราย
「อนาคตของมนุษยชาติจะสูญสิ้น」
10 ปีก่อน มีคำพยากรณ์แบบนี้ออกมา และเพื่อไม่ให้มันเกิดขึ้นพวกเธอจึงจับมือกันต่อสู้ โดยไม่มีใครล่วงรู้ ไม่มีใครยินดี หรือกระทั่งไม่มีใครเลยที่จะให้รางวัล ที่ทำไปก็แค่หวังให้คนสำคัญมีความสุข และใช้เวทมนตร์ต่อไปเรื่อยๆ
คานาเดะ ไทกะ ชิงชังเรื่องนี้ ณ ด้วยเหตุที่ตัวเองช่วยอะไรพวกเธอไม่ได้ หนำซ้ำยังถูกปกป้องด้วย ไม่ใช่เพราะคำว่าสาวน้อยเวทมนตร์หรอก
หลังมาถึงโรงเรียนก็เจอกับเพื่อนสมัยเด็กหมายเลขสาม โยรุสึกิ ฮิโอริ สายแดก ท้องเป็นหลุมดำที่พร้อมสูบของกินลงท้องแต่ไม่อ้วน ไม่อิ่ม (?) ซักที หลงทางง่าย เห็นเป็นมนุษย์แบบนี้แล้วแต่ก็เป็นอดีตสาวน้อยเวทมนตร์อีกคนนึง
「กระเป๋าฉันอุดมไปด้วยความหวัง ความฝันและขนมหวานๆ ว่ะ」
จะว่าไป ในกระเป๋าของโทโมฮิโตะมีของกินเก็บไว้เยอะและไม่รู้ว่าทำไมถึงเก็บได้เยอะ จนอดคิดไม่ได้ว่าสเปคกระเป๋าอยู่ระดับเดียวกับโดราเอ○อน
พักเที่ยง มิตรสหายสี่ท่านรวมตัวกันกินข้าว จิวะถามฮิโอริกับโทโมฮิโตะว่าหลังเลิกเรียนวันนี้เป็นไปตามกำหนดรึเปล่า ซึ่งโทโมฮิโตะว่าโอเค และจิวะว่าถ้าเป็นเวลานั้นร้านก็ยังไม่มีคนเยอะ ที่เหลือก็ให้ฮิโอริลากเนียนๆ
แต่หลังเลิกเรียนก็มาเงิบตรงที่ฮิโอริยังไม่เนียน จิวะเลยลากไปแทนเพราะยังไงก็ปิดไม่เนียนแล้ว ถ้าว่ากัน ณ ตอนนั้นไทกะเองก็จะต้องไปหาคน (?) รู้จักที่นึง แต่ก็ตกลงว่าจะไปอยู่ดี
วันพิเศษดังกล่าวคือวันเกิด วันที่คานาเดะ ไทกะลืมตาดูโลก และพิเศษกว่าปีอื่นที่ปกติจะให้ของขวัญกัน แต่ปีนี้เลี้ยงเค้กที่ร้านพ่อของจิวะ
ภายหลังจากเลี้ยงวันเกิดเสร็จแล้วก็ออกมาจากร้านเพราะลูกค้าเริ่มเข้ามา โทโมฮิโตะไปส่งฮิโอริถึงบ้าน แต่ก่อนแยกย้ายจิวะมีเรื่องคาใจอยู่อย่างนึง คือจะไปอยู่ไหนในเมื่อออกจากบ้านเด็กกำพร้าแล้ว แต่ไทกะว่ามีที่อยู่แล้ว
ระหว่างเดินทางไปที่จุดหมาย ไทกะบังเอิญได้ยินข่าวลือเรื่องเด็กสาวคนหนึ่งที่เอาตัวไปให้ชนเมล์ชนทุกเช้า
「วันนึงอยู่ๆ พ่อแม่ก็ไม่กลับบ้านน่ะนะ」
「เห็นมีข่าวลือว่าไปมีเอี่ยวกับอุบัติเหตุซักอย่างบ้างล่ะ」
「ไม่ใช่มั้ง มีข่าวลือว่าเด็กคนนั้นเป็นเด็กไม่ดีจนรับมือไม่ไหวเลยโดนทิ้งต่างหาก」
「เรื่องที่เด็กคนนั้นพยายามฆ่าตัวตายหลายครั้งเพราะเสียใจที่ถูกพ่อแม่ทิ้งไปเนี่ย มันจะจริงรึเปล่านะ」
ถ้าเกิดเป็น 10 ปีก่อน เด็กคนนั้นเองก็ควรจะถูกสาวน้อยเวทมนตร์ช่วยเอาไว้
เมื่อถึงจุดหมายที่เป็นร้านขายของรกร้างที่ไม่น่าจะมีใครอยู่ ในตอนที่ไทกะกำลังจะหยิบกุญแจพิเศษที่สามารถใช้เข้าออกโลกอีกฝั่งหนึ่ง ก็จับได้ว่าคุโระแอบตามหลังมาและแอบดูไทกะอยู่ทั้งวัน และเริ่มไขโดยมีคุโระคอยจับตัวไว้เพราะเจ้าตัวไม่มีกุญแจ
และจุดหมายนั้นคือ 「เตียงแห่งฝัน」 ถิ่นของฮิมุไค อาซาฮิ คน (?) รู้จักตั้งแต่สมัยเด็กของไทกะ ผู้ใช้เวทมนตร์แห่งรัตติกาล คนนี้แหละที่จะให้ที่อยู่กับไทกะ และจะให้หน้าที่หนึ่งกับเขาตามสัญญา
ผู้ใช้สาวน้อยเวทมนตร์ ผู้ที่ปลดพลังให้แด่สาวน้อยเวทมนตร์
ภายหลังการต่อสู้กับราชาแห่งรัตติกาลจบลง ก็มาถึงจุดที่มาคิดถึงเรื่องของตัวเองบ้าง
เวทมนตร์บทสุดท้าย เวทมนตร์พิเศษเฉพาะบุคคลที่ทำให้ทุกความฝันเป็นจริงได้... แต่ด้วยเหตุผลหนึ่งโอกาสที่พวกเธอควรจะได้ใช้ถูกชิงไป การต่อสู้เพื่อมนุษยชาติเมื่อ 10 ปีก่อนมันจะจบที่พวกเธอชนะราชาแห่งรัตติกาล แต่พวกเธอยังต้องสู้กับความลำบากในชีวิตจริงอยู่ดี
ใช่ การต่อสู้ของพวกเธอมันยังไม่จบ และยังดำเนินต่อไป...
หน้าที่หนึ่งที่อาซาฮิให้กับไทกะนั้นรวมถึงเรื่องของเวทมนตร์สุดท้ายด้วย และถ้าเป็นตอนที่อาซาฮิยังดูแลอยู่นอกจากสถานที่พิเศษแล้วพวกเธอจะใช้เวทมนตร์ไม่ได้ดั่งใจนึก แต่ในตอนนี้ที่ไทกะมารับช่วงต่อ เพียงไทกะอนุญาต พวกเธอก็ใช้เวทมนตร์ได้ทุกที่
แต่ถึงอย่างนั้น เพราะยังเตรียมตัวมาไม่พอ ไทกะเลยยังดึงพลังของสาวน้อยเวทมนตร์คนอื่นมาไม่ได้ และจากนี้อาจต้องเจอเรื่องหนักหน่อย ซึ่งเธอก็เป็นห่วงจนไม่อยากให้พลังแห่งรัตติกาลที่เป็นต้นกำเนิดพลังของทั้งผู้ใช้และสาวน้อยเวทมนตร์ จึงมีเงื่อนไขแลกเปลี่ยนที่ว่าต้องมาอยู่กับพวกอาซาฮิ
ผู้อาศัยในเตียงแห่งฝันหมายเลขสอง ฟุยุสึกิ โทยะ น้องสาวของอาซาฮิ แมว ไม่เก่งเลขซึ่งเพิ่งตื่นจากหลับกลางวันและตกใจที่ไทกะแวะมา ดูเจ้าตัวจะลืมว่าวันนี้วันเกิดไทกะด้วย อาซาฮิจึงวานให้โทยะไปตรวจตราเมืองยามค่ำคืนให้หน่อย ตอนแรกว่ากลัวช่วงก่อนที่**แดนรัตติกาล**จะเริ่ม แต่เพราะอาจมีเด็กหลงทางที่ต้องไปพาออกมาก่อนแดนรัตติกาลจะมา ซึ่งไทกะจะไปด้วย
งานของพวกอาซาฮิ และไทกะจากนี้
- ตรวจตราเมือง
- ปัดเป่าฝันร้าย
- หาตัวเด็กหลงทาง
แต่การจะเข้าออกไปยังอีกหน้าฉากหนึ่งของเมืองต้องใช้กุญแจพิเศษเพื่อเข้าออก
「ทำไม ――」
[...]
「ฉัน ฉันน่ะ ――」
[...]
「ฉันก็แค่อยากเจอคนพวกนั้นอีกครั้งนึงแท้ๆ ――」
ระหว่างการตรวจตราและปัดเป่าฝันร้ายก็จับสัมผัสเด็กหลงทางเด็กหลงทางได้ ซึ่งโทยะไม่อยากให้ไทกะไปลุยและกลับกันเลยเพราะต้องเจ็บตัวแน่ๆ หรืออย่างน้อยๆ ก็ให้ฮิโอริหรือจิวะมาช่วยก็ได้
และภาพที่พวกเขาเห็นคือเด็กสาวที่มีข่าวว่าถูกพ่อแม่ทิ้งจนเอาตัวไปให้รถเมล์ชน และถูกรถเมล์ชนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซึ่งถ้าไม่รีบพากลับไปเด็กหลงทางก็จะเปลี่ยนเป็นฝันร้าย แต่ก่อนหน้านั้นไทกะขอให้โทยะใช้เวทมนตร์ที่ทำให้เห็นภาพอนาคตเพียงชั่วครู่กับเขา
ในภาพอนาคตที่เขาเห็นคือก่อนหน้าที่จะได้จัดการแบบสันติวิธีเขาก็เสร็จก่อน จึงจำต้องยิงเลยแต่เด็กคนนั้นก็หนีไปได้จึงต้องยกยอดไปหาในวันถัดไป
แต่เขาไม่รู้เลยว่าจะได้เจอฮิอิรางิ ฮารุ เพื่อนสมัยเด็กและอดีตสาวน้อยเวทมนตร์อีกคนนึง ซึ่งยังมีกุญแจสำหรับใช้เข้าออกเตียงแห่งฝัน ที่กลับมาเมืองซังเซน และมาขอกับอาซาฮิเพื่อให้ตัวเองกลับไปเป็นสาวน้อยเวทมนตร์อีกครั้ง และฮารุนี่แหละนี่จะย้ายมาเรียนที่ซากุระกาโอกะในอาทิตย์ถัดไป
ซึ่งเหตุผลนึงที่ฮารุกลับมาคือพ่อแม่ที่รับไปเลี้ยงออกจากบ้าน และกลับไปอยู่บ้านเด็กกำพร้าที่เคยอยู่ ซึ่งอาซาฮิเสนอให้ฮารุมาอยู่ด้วยอีกคน ด้วยเหตุผลที่ว่าไม่อยากให้อยู่ในสถานที่รวมคนไร้ญาติแบบบ้านเด็กกำพร้านานๆ หลังกินข้าวเสร็จก็ไปที่อีกหน้าฉากของเมืองกับฮารุและโทยะ
แดนรัตติกาล คือเวทีที่มีไว้เพื่อให้ผู้คนในเมืองซังเซนมองเห็นความฝัน และมีแมวที่หายไปจากเมืองมาตั้งถิ่นฐานอยู่กันในฝั่งนี้ และมันไม่ใช่แค่นั้น มันเป็นโลกของคนตายที่คนตายจะมีชีวิต
ส่วนเรื่องที่ฮารุขอไว้ อาซาฮิยกไว้ให้ไทกะเป็นคนพิจารณาว่าเวทมนตร์สุดท้ายจำเป็นต่อชีวิตของฮารุหรือไม่
วันต่อมา ฮิโอรินอนในคาบและละเมอหนักมากจนไทกะมาซวยอยู่ที่ห้องพักครูยันค่ำ แต่ก่อนจะแยกย้ายไทกะนัดทุกคนว่าพรุ่งนี้ไปหาขนมกินกันคนละ 300 เยน และดวลด้วยการเลือกว่าใครเลือกมาดีสุด ใครชนะก็เอาขนมที่ดีสุดของคนแพ้ไปอย่างนึง
ตกค่ำอาซาฮิพูดถึงเรื่องที่ไทกะมาที่เตียงแห่งฝันครั้งแรก ซึ่งเป็นช่วงก่อนหน้าการต่อสู้ของสาวน้อยเวทมนตร์ ตอนแรกไทกะชิงชังตัวเองจนอยากตายเสียเดี๋ยวนั้น
『―― กรุณาบอกวิธีตายแบบทันทีให้หน่อย』
ภายหลังการต่อสู้จบลง อาซาฮิเรียกมาทุกคนมาคุยด้วยทีละคนเรื่องเวทมนตร์สุดท้าย และตัดสินว่าชีวิตของแต่ละคนจำเป็นต้องใช้เวทมนตร์สุดท้ายจริงๆ รึเปล่า ไทกะจึงขอให้บอกวิธีตายและถ้าเป็นไปได้ขอการตายที่เลวร้ายที่สุด แต่คำตอบก็คือไม่และให้งานเขียน หนังและเพลงไปเสพแทน
ในระหว่างที่อยู่ด้วยกันนั้น ไทกะเผลอนึกเรื่องที่ไม่น่าจะนึกได้ว่ามีชีวิตต่อมันก็ไม่เลว จนมาวันนึงระหว่างที่อาซาฮิกำลังเก็บกวาดอยู่ก็ยอมบอกนั่นก็คือแก่ตาย และจงอยู่แบบที่ตัวเองอยากจนถึงวันนั้น
และท้ายที่สุดเป้าหมายจริงๆ ของอาซาฮิในตอนนั้นคือการไม่ปล่อยให้คนแบบไทกะต้องอยู่ตัวคนเดียว จึงกลายเป็นการช่วยชีวิตไทกะเอาไว้ได้โดยปริยาย
แต่เพราะแบบนั้นแหละที่เขายังลังเลอยู่ว่าจริงๆ แล้วเขาประสงค์สิ่งใด ควรจะเดินไปทางไหน เรื่องราวมหาพากย์ที่สาวน้อยเวทมนตร์กู้โลกเอาไว้จบแบบ Happy End แล้ว แต่เรื่องราวเล็กๆ ของเขายังดำเนินต่อไป...
「พอดีมีเรื่องจะมารายงาน」
[...]
「ผู้ใช้เวทมนตร์กับศิษย์ตรงนั้นน่ะ งานเข้าแล้ว」
[...]
「เหมือนจะมีเด็กหลงทางโผล่มา พวกเจ้าต้องออกโรงแล้ว」
ระหว่างที่อาซาฮิกำลังจะเปิดอนิเมะดูกับไทกะ มีแมวตัวนึงเข้ามาแจ้งว่ามีเด็กหลงทางโผล่ออกมา และมีคนพบเห็นว่าไทกะทำพลาดปล่อยให้หนีไป จึงให้ไทกะไปลุยแต่รอบนี้ให้ฮารุไปด้วย
อีกอย่างนึงที่แดนรัตติกาลเป็นอยู่คือสวนสนุกขนาดใหญ่ที่บริหารโดยแมว ซึ่งเปิดให้ผู้คนที่เพลียจากโลกจริงมาเห็นฝัน
หลังจากหาเจอ พวกไทกะจึงไปหาเป้าหมายโดยใช้พลังของผู้ใช้สาวน้อยเวทมนตร์ แต่เพราะคุมพลังแบบเบ็ดเสร็จไม่ได้เลยลอยขึ้นมาสูงเกินกว่าที่คาดเอาไว้ เมื่อถึงที่หมายเด็กหลงทางคนนั้นก็เริ่มเปลี่ยนร่างเป็นฝันร้ายแล้ว
เวทมนตร์ที่เด็กหลงทางคนนี้ใช้คือฝนที่ตกมาเป็นคำและสิ่งของ และส่งการโจมตีทุกประเภทไปสู่อีกฝ่ายได้ แต่จุดอ่อนคือจะถูกโจมตีถ้าผู้ที่โจมตีทำร้ายตัวเอง และเพราะไทกะหาทางออกโดยการเอาคัตเตอร์ปาดคอตัวเองและเสียเลือดมากไปจนหมดสติ และคุโระที่เฝ้าดูอยู่ก็ตามมาจนได้
จะว่าไป 10 ปีก่อน ผู้ที่โดนเรียกมาที่แดนรัตติกาลในนั้นก็มีโทโมฮิโตะและอีกคนนึง ซึ่งหลังจากนั้นอาซาฮิก็บรีฟเหตุที่ถูกเรียก หน้าที่ที่ต้องจัดการให้ฟังในคืนแรก และรอให้มาเจอกันที่เตียงแห่งฝัน
หลังจากหมดสติ คุโระเป็นคนพาไทกะมาส่งที่ห้องของอาซาฮิเพื่อทำการรักษา แล้วถามว่าถ้ากลับมาสภาพแบบนี้แล้วจะยืมเวทมนตร์ของโทยะมาทำไม และเตรียมพาเด็กหลงทางที่ตอนนี้ถูกจับใส่ปลอกคอที่ทำให้ฝันร้ายขยับตัวไม่ได้ไปส่งกับพระเจ้าแห่งแดนรัตติกาล และยังต้องใช้กุญแจอีกหนึ่งดอกที่เชื่อมกับรถไฟที่วิ่งสุดยังสถานีปลายทาง
นานะ พระเจ้าแห่งแดนรัตติกาล อยู่ที่ขบวนรถจักรไอน้ำแถวๆ ศาลเจ้าโยรุสึกิ ชอบกินบะหมี่ถ้วยมากจนให้ค่าสูงเกินกว่าของกินอย่างอื่น เป็นอีกคนที่รู้จักไทกะมานานระดับนึง
นานะบอกว่าฝันร้ายที่พามาด้วยเป็นเด็กดีมาก ที่เป็นที่รักของใครๆ ไม่ว่าจะทำอะไรกับเด็กคนนี้ก็น่าจะยกโทษให้ ฝั่งพ่อมีคนอื่นแล้วต้องไปอยู่ทางนั้น ซึ่งฝั่งแม่ก็เหมือนกัน สุดท้ายจึงปล่อยให้เธออยู่คนเดียวกลางหน้าหนาว เจ้าตัวบอกว่าเหตุที่ไม่กลับมาอาจจะเป็นเพราะทำตุ๊กตาที่เป็นของขวัญวันเกิดหาย
และอีกเหตุนึงที่เป็นแบบนี้ก็น่าจะเพราะคำสอนของพ่อแม่ที่ว่า ให้ความเจ็บปวดของคนอื่นเป็นเหมือนของตัวเอง ไม่ว่าตัวเองจะเจออะไรมา ยังมีคนอื่นที่เจอมาหนักกว่า และยิ่งไปกว่านั้นคือตอนที่ไปเจอแม่กับครอบครัวใหม่ที่บังเอิญว่าลูกสาวบ้านที่แม่ไปแต่งงานใหม่ ถือตุ๊กตาที่ควรจะเป็นของขวัญวันเกิดของเด็กคนนั้นและทำหายไปแล้ว
ท้ายที่สุดแล้วเธอก็รู้ว่าโดนทิ้ง และความรู้สึกเจ็บปวดเหล่านั้นก็ใหญ่ขึ้นจนเป็นฝันร้าย ซึ่งเป็นแบบเดียวกับที่ไทกะเคยเป็น
การเก็บกวาดฝันร้ายของสาวน้อยเวทมนตร์คือการต่อสู้กับส่วนนึงในใจของผู้คน และตัดฝันที่ตกสู่ฝันร้ายออกมาให้นานะพาไปที่ไหนซักที่ อย่างน้อยก็เพื่อให้เจ้าของฝันร้ายตื่นมาพร้อมกับส่วนที่สดใส แต่นั่นก็หมายถึงการฆ่าคนๆ นั้นไปส่วนหนึ่ง
แต่นานะว่าไทกะคนเดียวก็เอาอยู่เพราะพาฝันร้ายมาส่งได้ และน่าจะพามาส่งได้อีกหลายครั้ง เพราะอยู่คุยด้วยแล้วไม่เพลีย
หลังจากกลับมาอาซาฮิก็ฝากให้ตั้งนาฬิกาของร้านให้หยุดเวลาจนถึง 7 ชั่วโมงให้หลัง ซึ่งนี่ก็เป็นเวทมนตร์หนึ่งของอาซาฮิที่สามารถควบคุมเวลาได้ แต่ก่อนนอนก็คุยโทรศัพท์กับคุโระ ซึ่งไทกะอยากขอโทษตรงๆ แต่คุโระไม่ยอมเพราะไทกะเห็นตัวเองร้องไห้หนักมากแล้วอาย หลังจากนั้นจึงชวนไปหาขนมกินและดูดอกไม้กับเพื่อนคนอื่นในวันต่อไป
ในคืนต่อมา นานะเรียกไทกะกับฮารุ... กับโทยะให้ไปหา และรายงานว่าเจ้าของฝันร้ายที่ส่งมาให้วันก่อนมีคนรับไปเลี้ยงแล้วคงไม่น่าพยายามจะฆ่าตัวตายอีก แต่เพราะฝันร้ายต้องการจะจากไปเองและนานะก็อยากไปส่งให้ถึงปลายทาง และขอให้มาช่วยงานเก็บคำขอที่ร่วงหล่นลงมา
ข่าวลือในเมืองซังเซนอีกอย่างนึง หากเขียนคำขอลงกระดาษและซุกลงใต้หมอนก่อนนอนและเห็นความฝัน พระเจ้าในฝันจะทำให้คำขอนั้นเป็นจริง และข่าวลือนี้ก็เป็นจริงอีก และหน้าที่นั้นก็เป็นของนานะ กับรถไฟที่สามารถเดินทางไประหว่างความฝันของผู้คนในเมืองซังเซนที่หลับอยู่ได้ ซึ่งทั้งสามคนตกลงที่จะช่วยและออกเดินทาง
เนื้อหาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
- PROLOGUE: เดโม (คุณอยู่ตรงนี้) / เกมจริง
- โยรุสึกิ ฮิโอริ
- อันโด จิวะ
- ฮิอิรางิ ฮารุ
- คุโระ