[สปอย] D.C.II To You: ไฮเดรนเยีย

ตอนแรกจะเขียนขึ้นทวิตเตอร์ แต่คิดอีกที ลงบล๊อกเสียดีกว่า
แต่ก่อนอื่นผมมีสิ่งที่ต้องเตือน

1 สปอย
2 มีเนื้อหาที่เขียนถึงอีกภาคหนึ่ง
3 มีข้ามเนื้อหาไม่สำคัญ (?) บางส่วน

D.C.II To You คือภาครวมเรื่องสั้นที่เกี่ยวข้อง (?) กับเนื้อหาหลัก
โดยมีสี่เรื่องสี่รส (?) โดยในฉบับนี้จะเล่าแค่หนึ่งในสี่เรื่อง

ไฮเดรนเยีย紫陽花

เรื่องนี้จะถูกเล่าผ่านมุมมองของโยชิยูกิในปี 2053


2053/06/13 (ศุกร์)
หลังจากโยชิยูกิเข้าเรียนม.ต้นที่คาซามิได้ 2 เดือน
หลังเลิกเรียนตอนกำลังไปซื้อของกับโอโตเมะก่อนกลับบ้านตามนัด ก็เจอยูเมะที่แถวๆ หน้าโรงเรียนเลยชวนไปด้วยกัน
ระหว่างเดินก็หยุดดูดอกไฮเดรนเยียที่สวนหย่อมข้างทาง

สำหรับพวกโยชิยูกิแล้ว ไฮเดรนเยียเป็นดอกไม้แห่งความทรงจำที่สำคัญ
เพราะเป็นดอกไม้ที่ “อาซาคุระ ยูกิ朝倉 由姫” แม่ของยูเมะและโอโตเมะชอบ
และกับโยชิยูกิแล้วเป็นคนที่เหมือนแม่แท้ๆ
※ณ ตอนนั้นโยชิยูกิยังไม่รู้ว่าซากุระเป็นแม่แท้ๆ รายละเอียดตรงนี้กรุณาตามต่อในตัวเกมหลัก (P.C.)
ณ ขณะที่ดู โยชิยูกิก็นึกถึงเรื่องเมื่อราวๆ แปดปีครึ่งก่อนหน้า…
และเรื่องสัญญาของยูกิในตอนนั้น…


2045/12/08 (พฤหัสบดี)

ณ วันที่โยชิยูกิเกิด ซากุระพาไปอยู่ที่บ้านอาซาคุระซึ่ง ณ ตอนนั้นซากุระบอกให้รับทราบกันก่อนแล้ว
※แต่ยังไม่ได้บอกว่าตัวเองนี่แหละให้โยชิยูกิเกิดจากซากุระต้นนั้น


2045/12/16 (ศุกร์)

จุนอิจิพาไปโอโตเมะ ยูเมะและโยชิยูกิไปหายูกิที่โรงพยาบาลมิซุโคชิ

เย็นวันนั้นหลังจากกลับมาบ้าน ซากุระแวะมาหา โยชิยูกิเกิดสงสัยเรื่องแม่เลยถามถึงและคำตอบที่ได้คือไม่รู้รายละเอียด


2045/12/18 (อาทิตย์)

หลังจากมาอยู่ได้พักนึง โยชิยูกิก็ผูกมิตรกับจุนอิจิกับยูเมะเหมือนเป็นคนในบ้านจริงๆ ยกเว้นแค่โอโตเมะที่ไม่เป็นมิตรตั้งแต่คืนวันแรกที่เข้ามาอยู่
โยชิยูกิว่าโอโตเมะคงคิดมากเรื่องยูกิอยู่ และอาจจะรู้เรื่องเยอะกว่ายูเมะกับตัวเอง
อย่างไรเสีย มันก็เป็นเรื่องที่หนักเกินกว่าเด็กจะรับไหว
แต่เขาในตอนนั้น อยากผูกมิตรกับโอโตเมะบ้าง พอยูเมะได้ยินแบบนั้นเลยลากโอโตเมะไปอาบน้ำด้วยกันสามคน โดยเอาโยชิยูกิมาเป็นข้ออ้าง
หลังจากขึ้นอ่างโยชิยูกิถามว่าทำไมถึงชวนไปอาบน้ำด้วยกันและได้คำตอบเพียงแค่ว่า

เอ๋? ก็ถ้าทุกคนลงอ่างกันมันสนุกดีป่ะ?

แต่สิ่งที่ยูเมะประจักษ์แก่สายตาได้ยินกับหูดันเป็นสิ่งที่พาเงิบ


2045/12/19 (จันทร์)

วันนั้นโยชิยูกิไปหายูกิที่โรงพยาบาลคนเดียวเพื่อไปขอคำแนะนำว่าจะทำไงโอโตเมะถึงยอมคุยด้วย
ณ ขณะที่คุยโยชิยูกิรู้สึกว่าคุยกับยูกิแล้วโล่ง เลยอยู่ต่อ


2045/12/22 (พฤหัสบดี)

หลังจากนั้นโยชิยูกิก็ไปหายูกิทุกวัน
ในวันนี้บังเอิญเจอโอโตเมะที่เพิ่งออกจากห้องผู้ป่วย
ยูกิถามว่าทำไมไม่ด้วยเสียเลย โยชิยูกิบอกแค่ว่าโอโตเมะอยากมาคนเดียว
กลับมาบ้านท้องร้องทนไม่ไหว เลยลงไปหาอะไรกินในครัว
แต่ดันมีแต่ของสด สุดท้ายเลยต้องทำเอง

ถ้าพี่โอโตะคนนั้นทำกับข้าวได้ ตัวเองก็คงทำได้

กระทั่งตัวเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ไม่เคยทำแท้ๆ ทำไมคิดแบบนั้น
อาจจะเพราะเห็นโอโตเมะทำกับข้าวแล้วดูสนุกกระมัง
รู้ตัวอีกทีโอโตเมะก็มายืนข้างๆ ตอนทำแล้ว

ระหว่างทำมือข้างที่ไม่ได้จับตะเกียบไปโดนกระทะ
สุดท้ายโอโตเมะเลยจับเอามือล้างน้ำ ปฐมพยาบาลนิดหน่อยแล้วไปทำให้แทน


2045/12/23 (ศุกร์)

ไปเยี่ยมวันนี้โยชิยูกิเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นหลังกลับบ้านให้ยูกิฟัง
ยูกิดีใจที่โยชิยูกิเอาอยู่ แต่โยชิยูกิอยากทำให้ดีกว่านี้เลยเสนอว่าจะช่วย
โดยจะออกไปพักฟื้นที่บ้านช่วงหลังปีใหม่และได้ไฟเขียวจากฝั่งโรงพยาบาลมาแล้ว


2046/01/07 (เสาร์)

สิ้นปี/ปีใหม่พ่อของพวกโอโตเมะกับเนมุกลับมาบ้าน แต่เวลามีไม่มากไม่กี่วันก็ต้องแยกย้ายกลับไปทำกิจของตัวเองต่อ
แต่ก็ไม่พลาดที่จะเยี่ยมยูกิกันทั้งบ้าน
วันเวลาผ่านไปจนวันถัดไปยูกิจะกลับบ้านแล้ว
พอเห็นยูเมะตั้งหน้าตั้งตารอแล้วก็เกิดข้อสงสัย

แล้วแม่ฉันอยู่ไหนล่ะ? ทำไมฉันมาอยู่ที่นี่?

ณ ตอนนั้นคิดไปถึงว่าโดนทิ้งไม่ก็ตายแล้วเสียด้วยซ้ำ


2046/01/08 (อาทิตย์)

ยูกิออกจากโรงพยาบาล
เย็นวันนั้นโอโตเมะช่วยยูกิทำกับข้าว โยชิยูกิถามยูเมะว่าไม่ไปช่วยบ้างเหรอ
ยูเมะว่ายังเด็กไป แต่ก็ไม่ได้สนใจเท่าไหร่เพราะถ้าโตกว่านี้ยูกิจะสอนให้
หลังกินข้าว อาบน้ำ เตรียมนอน โยชิยูกิก็เห็นฝันหนึ่งเข้า

เนื้อหาในฝันเป็น ณ ช่วงหนึ่งก่อนที่ยูกิจะเข้าโรงพยาบาล โอโตเมะเก็บดอกไม้ที่ยูกิชอบมาให้
พอตื่นมาจากฝันนึกถึงหน้าของโอโตเมะที่ตัวเองไม่เคยเห็นเลยตั้งแต่เข้ามาอยู่
ตอนนั้นโยชิยูกิว่านี่อาจเป็นประสงค์ของตัวเองที่อยากเห็นโอโตเมะยิ้ม
แต่มันเป็นฝันที่ดูเรียล หรือจะเป็นสิ่งอื่น
แต่ตอนกำลังคิด อยู่ก็ง่วงเลยนอนอีกรอบ
※ในภายหลังที่โยชิยูกิรู้ตัวตนของเวทมนตร์ เขาก็รู้เรื่องของเวทมนตร์อ่านฝันบ้างนิดหน่อย


2046/01/09 (จันทร์)

เช้าอีกวันโยชิยูกิโดนปลุกโดยวิชาประจำบ้าน (หนังสือเล่มหนาๆ หนึ่งเล่มฟาด) สืบเนื่องจากจะลากไปซื้อของด้วยกัน
หลังลุกจากที่นอนได้ก็คืนถึงเรื่องฝันเมื่อคืนกระทั่งยูกิสงสัยเลยบอกไปว่าฝันที่ยูกิกับโอโตเมะอยู่กันสองคน

ผิดคาดที่โอโตเมะตกใจกับฝันที่โยชิยูกิเล่าให้ฟัง โยชิยูกิเลยคิดว่ามันอาจเคยเกิดขึ้นจริงๆ
ส่วนยูเมะว่าตัวเองก็เห็นฝันแปลกๆ เหมือนกัน
ณ ตอนนั้น โยชิยูกิเห็นแม่ลูกอาซาคุระกำลังมีความสุขก็เกิดความสงสัยถึงแม่ตัวเองอีกครั้ง
ซึ่งยูกิที่หันกลับมาเห็นว่ากำลังคิดอะไรอยู่ ก็ตอบว่าก็อยู่นี่แล้วนี่
※ฝันแปลกๆ ของยูเมะจะถูกระบุว่าเป็นนิมิตในภายหลัง

ตกเย็นซากุระมาหาที่บ้าน และถามถึงโยชิยูกิระหว่างที่ยูกิมาอยู่บ้านด้วย
แต่เพราะยูกิเตรียมทำกับข้าวอยู่เลยให้โยชิยูกิอยู่เป็นเพื่อนคุยกับซากุระกับจุนอิจิที่ลงมาทีหลัง
หลังมื้อเย็น ยูกิเสกคาราเมลให้ทุกคนในที่อยู่ในวันนั้น
ซึ่งในภายหลัง โยชิยูกิลองเสกคาราเมลดูบ้าง แต่ก็ออกแค่ขนมญี่ปุ่น
และจุนอิจิที่สอนให้ก็เสกออกแค่นั้น จึงคิดเสียว่ายูกิอาจจะใช้เวทมนตร์อื่นก็เป็นได้
แต่ ณ เวลานั้นโยชิยูกิคิดว่าอาจซื้อมาแล้วแอบเก็บไว้ที่ไหนซักที่
※เวทมนตร์นี้คิโยทากะสร้างตอนฮิเมโนะไข้ขึ้นไปเรียนไม่ไหว โดยกะว่ากระทั่งมือใหม่ก็ทำได้


2046/01/17 (อังคาร)

คืนนั้นยูกิเล่านิทานเรื่องหนึ่งให้พวกโยชิยูกิฟัง เนื้อหาความว่า

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ ดินแดนตะวันออกอันแสนไกล ยังมีเกาะลึกลับที่ดอกไม้ประจำฤดูใบไม้ผลิบานทั้งปี
แต่เกาะนั้นยังมีฤดูกาลตามปกติ ไม่ได้มีฤดูใบไม้ผลิเป็นปกติทั้งปี
เพียงแค่ดอกไม้ดอกหนึ่งเท่านั้นที่บานทั้งปี
และในเกาะนั้นมีจอมเวทคนนึงอาศัยอยู่บนเกาะ
จอมเวทคนนั้นปลูกดอกไม้ที่ไม่มีวันร่วงโรยโดยหวังให้ผู้คนบนเกาะมีความสุข
ภายหลังจากที่ดอกไม้บาน ผู้คนบนเกาะก็อยู่กันอย่างมีความสุขอย่างที่คาด
ที่เป็นแบบนั้นได้เพราะได้ร่ายเวทมนตร์ที่ทำให้ผู้คนมีความสุขมากกว่าตอนนี้เพียงเล็กน้อยตามประสงค์ของตัวเองใส่ดอกไม้เหล่านั้น
แต่ ยังมีจอมเวทกลุ่มนึงที่ไม่ได้ประสงค์แบบนั้น…
และมีการแลกเปลี่ยนวาทะกัน บ้างก็ ‘ดอกไม้พรรค์นั้น ทำให้มันร่วงๆ ไปเสีย’ บ้างล่ะ
‘น่าๆ รอดูท่าทีไปหน่อยดีกว่ามั้ง’ บ้างล่ะ
ผลจากการคุยครั้งนั้น จึงส่งจอมเวทฝึกหัดผู้หนึ่งเดินทางไปที่เกาะแห่งนั้น
จอมเวทฝึกหัดผู้นั้นคือเด็กสาวนามว่า “ไฮเดรนเยีย”…

แต่ก่อนที่จะฟังจบ โยชิยูกิก็หลับไป…
โยชิยูกิตื่นมาอีกทีก็กลางดึกกะจะเข้าห้องน้ำ แต่ไม่เจอตัวโอโตเมะกับยูกิอยู่บนที่นอน
แต่พอลงไปแล้ว ก็ได้ยินเสียงทั้งสองคนกำลังคุยกันจากในห้องนั่งเล่น

ที่คุยกันคือเรื่องหน้าที่ที่ยูกิสืบทอดมา ซึ่งมันคล้ายๆ กับนิทานที่เล่าไปก่อนหน้า
หน้าที่สำคัญที่ถูกสืบทอดมารุ่นต่อรุ่นจากยายทวดสู่ยาย จากยายสู่ยูกิ ครั้งนี้ก็จากยูกิสู่โอโตเมะ
สำหรับยูเมะ ยูกิว่าไม่ไหวถึงเหมือนจะมีพรสวรรค์ แต่ของแบบนี้มันขึ้นอยู่กับความรู้สึกล้วนๆ ถ้ามีเวลาเยอะกว่านี้แล้วอาจจะสอนให้
ภายหลังจากที่ทุกอย่างจบลง โยชิยูกิก็ไม่รู้ว่ายูกิกับโอโตเมะคุยเรื่องอะไรกัน
แต่อย่างไรเสีย โยชิยูกิ ณ ตอนนั้นไม่อยากกวนสองคนนั้นเลยไปจากตรงนั้น


2046/01/18 (พุธ)

ค่อยๆ เหรอ เป็นคำที่ดีนะ

วันนั้นโยชิยูกิออกไปสำรวจแถวบ้าน 2-3 ซอย กลับมายูเมะมารับ
ยูเมะกำลังคิดไม่ตกเรื่องที่โอโตเมะมีท่าทีแปลกไป อารมณ์ไม่ดีแต่เช้า
โยชิยูกิไปหาที่ห้องก็โดนไล่ออกมา
เลยไปหายูกิเพื่อถามเรื่องโอโตเมะ แต่ยังลังเลที่จะถามเรื่องเมื่อคืน
แต่คำตอบที่ได้คือ อีกซักพักยูกิต้องกลับเข้าโรงพยาบาลเลยฝากอะไรหลายอย่างกับกับโอโตเมะแล้วคงสับสน
และฝากให้โอโตเมะไว้กับโยชิยูกิ


2046/01/23 (จันทร์)

เย็นวันนั้นยูกิแจ้งเรื่องที่พรุ่งนี้จะกลับไปแอดมิดที่โรงพยาบาลซ้ำอีกครั้ง
โอโตเมะกับยูเมะที่รู้แล้วยังไม่หายจิตตก โยชิยูกิเลยพยายามเพิ่มเทนชั่น


2046/01/25 (พุธ)

บ่ายวันนี้โยชิยูกิไปเยี่ยมยูกิเหมือนทุกที
ในรอบนี้ ยูกิเอาขนมที่จุนอิจิเอามาเยี่ยมไข้ให้โยชิยูกิกินด้วย
ณ ตอนนั้นโยชิยูกิคิดจะหาอะไรมาเบี่ยมบ้าง แต่ยูกิเบรกไว้ก่อนเพราะโยชิยูกิไม่มีตังค์
ยูกิบอกอีกว่าเอาดอกไม้มาเยี่ยมก็ได้ แต่ดอกที่อยากได้ไม่บานตอนนี้เลยไม่จำเป็นต้องเอามา แค่ตัวเปล่าๆ ก็โอเค

โยชิยูกิที่บ่นว่าถ้าดอกนั้นบานทั้งปีเสียก็ดีแล้วแท้ๆ ยูกิว่าเพราะมันบานเฉพาะช่วงนั้นมันถึงเจิดจรัส
แต่โยชิยูกิถามอีกว่าถ้าซากุระที่นี่บานแค่ใบไม้ผลิมันดีแล้วเหรอ
ยูกิตอบว่าก็ชอบให้บานแค่ช่วงใบไม้ผลิอยู่
แต่เพราะสรรพสิ่งบนโลกนี้ล้วนไม่แน่นอน แบบนั้นก็รู้สึกเหงาๆ หน่อย

ดอกไม้ที่ควรจะมีชะตาต้องร่วงเมื่อถึงเวลา มาบานต่อแบบนี้
โดนกำหนดมาแล้วก็ช่างสิ ชะตาอะไรนั่นก็ช่างสิ นั่นก็จริงที่ทำให้ดอกไม้ได้รับความกล้าที่ทำให้บานต่อ
อย่างไรเสีย ต้องขอบคุณคนๆ นั้นที่ทำให้ได้เห็น ‘ซากุระไม่ร่วงโรยในฮัตสึเนะจิมะ’ ในช่วงนี้น่ะนะ…
คิดว่า อาจเพราะซากุระที่นี่ที่ทำให้ฉันฟื้นจนกลับบ้านได้อีกแค่ครั้งเดียวล่ะมั้ง…
อีกแค่นิดเดียวที่มันหยุดการกลืนกินจนอายุขัยฉันหมดน่ะนะ…

โยชิยูกิในตอนนั้นตามสิ่งที่ยูกิพูดไม่ทัน แต่ยูกิขอให้ไม่คิดมาก
จนเอ่ยปากถามว่าเป็นโรคอะไร ซึ่งยูกิก็ตอบไปทั้งๆ ที่ตามสิ่งที่พูดไม่ทัน

โรคที่ฉันเป็นน่ะนะ มันเป็นเรื่องที่กำหนดมาแล้ว ก็มีอะไรหลายอย่างอยู่
ถึงฉันใช้แค่พลังของตัวเองยื้อไว้ได้ก็เถอะนะ พอตกหลุมรัก อยู่กับคนๆ นั้น เด็กพวกนั้นเกิดมา
พอฉันมีคนสำคัญอยู่รอบตัว พลังของฉันก็เสื่อมถอย เพราะงั้นเลยยื้อการสำแดงโรคไว้ไม่อยู่
มันเป็นเรื่องที่เข้าใจดีอยู่แล้วน่ะนะ แม่กับยายก็เป็นแบบนั้น แต่ก็เตรียมใจไว้แล้วล่ะ
ถึงจะเป็นแบบนั้น ฉันก็อยากอยู่กับคนๆ นั้น อยากให้เด็กพวกนั้นเกิด มันก็แค่นั้นแหละ
ถึงคนๆ นั้นจะไม่ยอมแพ้ แต่กับฉันมันก็เพียงพอแล้ว
ถึงฉันต้องบอกลาทุกคนจะทั้งเหงาทั้งน่าเศร้า… แต่ฉันก็ยืดอกพูดได้ว่าฉันมีความสุขแล้ว

เรื่องนี้โอโตเมะรู้อยู่ก่อนแล้ว และถ้าทำอะไรกะมันได้ก็คงทำไปแล้ว

ฉะนั้นนะโยชิยูกิคุง ฝากทั้งสองคนด้วยล่ะ คิดว่าคงเหงาแน่ๆ

ในตอนนั้น โยชิยูกิทำได้เพียงแค่พยักหน้า…


2046/02/16 (พฤหัสบดี)

ไม่ใช่เรื่องที่เธอต้องห่วงหรอก เด็กคนนั้นน่ะ ตอนนี้กำลังต่อสู้อยู่… กับหัวใจตัวเอง…

โยชิยูกิไปหายูกิที่ห้องผู้ป่วยตามปกติ แต่รอบนี้เจอโอโตเมะอยู่หน้าบ้านเลยกะชวนไปด้วย แต่ยังไงก็ไม่ไปแล้วเดินเข้าบ้าน
โยชิยูกิเลยเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้ยูกิฟัง
ยูกิบอกได้แค่ว่าไม่ต้องห่วง แต่โยชิยูกิยังอยากให้โอโตเมะมาเยี่ยมด้วย
แต่ยูกิว่าซักวันโอโตเมะจะเข้าใจเอง
ณ ตอนนั้นโยชิยูกิทำได้แค่ขยับปากบอกยูกิเท่านั้น

พี่คะ… คุณแม่จะตายเหรอ?

ระหว่างกลับบ้าน โยชิยูกินึกถึงเรื่องของยูกิกับโอโตเมะที่ว่าตัวเองกำลังจะตายแต่ทำไมโอโตเมะไม่ไปหาซักที
และคิดไปจนถึงหน้าบ้านก็เจอยูเมะที่รออยู่หน้าบ้านและบอกเรื่องที่เกิดในฝัน
โยชิยูกิเลยปลอบยูเมะว่าไม่มั้งไปหามาก็วันนี้ยังแข็งแรงดี


2046/02/17 (ศุกร์)

ฉันน่ะนะ ถ้าทำได้ก็อยากมีชีวิตอยู่ตลอดไป
ถ้าฉันได้อยู่กับทุกคนตลอดไปก็คงอยู่เพื่อคนที่ฉันรัก
อย่างเรื่องโอโตเมะจังกับยูเมะจังน่ะนะก็อยากเฝ้าดูตลอดไป อยากเห็นการเติบโตของเด็กพวกนั้นด้วยตาตัวเอง
อยากไปงานแต่งของทั้งสองคน… อยากร้องไห้ในงานแต่งกับคนๆ นั้น

ในช่วงที่โยชิยูกิไปหายูกิ ผู้คนที่รออยู่อาคาร พยาบาลที่ทำงานอยู่ก็รู้จักเขาหมด
แต่ในวันนี้ต่างกับทุกทีที่อาการเริ่มทรุดลง
โยชิยูกิถามอีกรอบว่าไม่ทำอะไรบ้างเหรอแล้ว ยูกิว่าถ้ามันมีก็คงดีใจสุดๆ
และบอกเรื่องที่ทิ้งสองคนนั้นแล้วจากไปเป็นเรื่องที่ตัวเองคาใจอยู่
แต่พอโยชิยูกิมาตัวเองก็ไปได้อย่างหมดห่วง

ฝากเฝ้าดูการเติบโตของเด็กพวกนั้นแทนฉันทีนะ
ถ้าเธออยู่คิดว่าสองคนนั้นคงเป็นไม่เป็นไร…
ฉันเข้าใจซักทีว่าทำไมคุณซากุระพาเธอมาช่วงนี้…

ในคืนนั้นอาการของยูกิก็แย่ลงจนให้เยี่ยมไม่ได้…


2046/03/03 (ศุกร์)

ถึงจะยังอยู่ในช่วงที่เข้าเยี่ยมไม่ได้ แต่โยชิยูกิก็ไปที่หน้าห้องผู้ป่วยทุกวัน
ในวันนี้กลับมาเจอโอโตเมะกำลังจะเข้าบ้าน เลยตามไปถามเหตุที่ไม่ไปหายูกิถึงที่ห้องผู้ป่วยถึงที่ห้อง
ซึ่งโอโตเมะว่าถึงรู้ไปก็ทำอะไรไม่ได้แล้วไล่ไป แต่โยชิยูกิถามถึงดอกไม้ที่ชอบ
แต่โอโตเมะก็ว่าไม่ไหวอีก

ไม่ไหวหรอก ก็ดอกที่คุณแม่ชอบน่ะคือ… ไฮเดรนเยียนี่นา…


2046/03/07 (อังคาร)

ในระหว่างนั้น พ่อของพวกโอโตเมะก็รีบกลับมาเกาะ ส่วนเนมุก็กำลังจะตามกลับมา
…เวลาชีวิตของยูกิใหล้หมดลงทุกที
วันนี้โยชิยูกิออกหาไฮเดรนเยียเผื่อว่าในช่วงนี้มันจะยังมีที่บานอยู่จนมาถึงหน้าโรงเรียนคาซามิ
ในตอนนั้นเองที่โยชิยูกิล่วงรู้ว่าเข้าจริงๆ ว่าไฮเดรนเยียมันไม่ได้บานช่วงนี้จากที่ซากุระพาไปดูจุดที่ปลูกไว้

เกิดมันเป็นไปได้ ถ้าโยชิยูกิคุงมีประสงค์อันแรงกล้า ไฮเดรนเยียอาจจะบานก็ได้ แต่นั่นก็ยากอยู่…

โยชิยูกิว่าทำได้ เลยให้ลองอิมเมจกับจุดที่ปลูกไฮเดรนเยีย แต่ทำไม่ได้เพราะไม่เคยเห็นมันบานซักที
สุดท้ายเย็นวันนั้นเลยทำไฮเดรนเยียจากกระดาษแทน โดยมียูเมะมาทำด้วย
แต่มานึกได้ว่าไม่ได้ซื้อกาวมาด้วย แต่พอนึกจะหาโอโตเมะก็เตรียมสารานุกรมกับกาวไว้ก่อนแล้ว


2046/03/12 (อาทิตย์)

จ้าๆ อย่าร้องไห้สิเป็นลูกผู้ชายไม่ใช่เหรอ

วันนั้นจุนอิจิพาพวกโยชิยูกิไปเยี่ยมยูกิ และนั่นเป็นโอกาสสุดท้ายที่ได้ไปเยี่ยม
หลังจากที่จุนอิจิออกมาจากห้องก็บอกว่าให้เข้าไปทีละคนโดยให้โยชิยูกิเข้าไปก่อน
ยูกิบอกว่าพูดแบบนี้แล้วอาจจะโดนแม่แท้ๆ โกรธเข้าก็ได้ แต่ก็อย่าลืมว่าโยชิยูกิก็เป็นลูกชายคนนึง
และขอให้สัญญาว่าจะปกป้องโอโตเมะกับยูเมะ

แล้วก็ อย่างสุดท้าย
แม่แท้ๆ ของเธอน่ะ รักเธอเท่าๆ กับฉัน ไม่สิ รักเธอยิ่งกว่าฉันเสียอีก
ฉะนั้น เธอก็รักคุณแม่เสียด้วยล่ะ

ก่อนออกจากห้อง โยชิยูกิเอาดอกไฮเดรนเยียประดิษฐ์ให้ยูกิ


2046/03/18 (เสาร์)

ยูกิตายอย่างสงบ


2053/06/13 (ศุกร์)

หลังจากจบเรื่องนั้นไปก็แปดปีกว่า
โยชิยูกิก็มาคิดว่ามันตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่โอโตเมะกลับมายิ้มได้
พอทักโอโตเมะกับยูเมะว่าลุคมันผิดกันกับตอนที่กันแรกๆ ก็ทักโดยยูเมะว่าจำผิดรึเปล่า
แล้วโดนโอโตเมะลากไปซื้อของด้วยกัน


จากตรงนี้คือสิ่งที่ผมเดาจากที่ผมไล่ขุดเนื้อหามาและมันอาจจะยังไม่ทั้งหมด
และจะเขียนแค่คร่าวๆ เนื้อหาแบบเต็มอาจจะเขียนทีหลัง ถ้ามีเวลามากพอ… มั้ง

เรื่องของอาซาคุระ ยูกิที่ถูกเล่าในเนื้อหานี้…
ในภายหลังที่ D.C.III ภาคหลัก (รวมถึง R/RX) ขายมีคนตั้งข้อสังเกตุว่า “หรือจะสืบสายเลือดมาจากคัทสึรางิ ?”

ในเนื้อหาส่วนนั้นกับที่ขุดมาจากภาคอื่นอีกนิดหน่อย กล่าวถึงเจ้าบ้าน (หญิง) ในบ้านได้รับสืบทอดพลังเวทสุดแกร่งจากรุ่นสู่รุ่น
โดยเจ้าบ้านจะอยู่ในฐานะ “ผู้สอดส่อง” เวทมนตร์และจอมเวท
แต่เพราะพลังมันแกร่งเกินไปจนมีผลข้างเคียงอย่างการันตี 1 ลูกสาวคนโตโดยไม่ต้องกดตั๋วเซอร์ไพรส์กาชา
และเมื่อพลังเวทของเจ้าบ้านที่รับสืบทอดพลังมาในตอนนั้นเริ่มเสื่อมถอย
…พลังนั้นจะกลืนกินตัวเจ้าบ้านในตอนนั้น จนเป็นอันต้องมาตายตอนยังอายุยังน้อย
※ฮิเมโนะในตอนนั้นเรียกงานนี้ว่า “จอมเวทแห่งความยุติธรรม”

และมันก็กระจ่างในเนื้อหาของ D.C.II D.M. ในอีก 3 ปีจากนั้น
ในเนื้อหาโอโตเมะบอกว่านามสกุลเดิมของยูกิคือคัตสึรางิ
ทีนี้คุณคงสงสัยว่ายูกิสืบสายเลือดจากฮิเมโนะใช่มั้ย

ใน D.C.III D.D. After Story ของริกกะมีเล่าถึงช่วงที่คิโยทากะ Access เข้าฝันของริกกะในความทรงจำของริกกะ (ชาติก่อน) ตอนพ้นช่วงไว้ทุกข์ 49 วันหลังคิโยทากะตาย
ลูกสาวคนรองของริกกะบอกว่า “คุณฮิเมโนะก็เป็นห่วง”
จากแถวนี้คงเดาเอาว่า ณ เวลานั้นฮิเมโนะไม่น่าจะพบรักหรือแต่งกับใครทั้งนั้น ถึงอยู่มาได้ประมาณนึง

มันจะสอดคล้องกับที่ฮิเมโนะบอกกับคิโยทากะใน P.P. ตอนที่คุยเรื่องที่ว่าบ้านฮิเมโนะตอนนี้เกี่ยวพันอะไรกับคัตสึรางิเมื่อก่อนว่า “อยากให้จบที่รุ่นตัวเอง”
ในตอนนั้นคิโยทากะเองก็คิดว่า ถ้าฮิเมโนะโสดไปทั้งชีวิตและตายตามปกติโดนไม่ถูกพลังนั้นกลืนกิน
…พลังจะถูกสืบทอดไปยังลูกสาวสายเลือดข้างเคียง
ความเป็นไปได้นึงที่คือฮิเมโนะอาจรับเด็กมาเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรม และหลังจากที่ฮิเมโนะตายพลังก็สืบทอดไปยังลูกคนนั้น

ส่วนเรื่องบ้าน ถูกยืนยันใน After Story ของฮิเมโนะตอนที่ไปเรียวกังที่เคยเป็นบ้านหลักของคัตสึรางิว่าฮิเมโนะเป็นเจ้าบ้านคนสุดท้าย
※บอกผ่านวันเกิดเจ้าบ้านคนนั้น (วันเกิดของฮิเมโนะคือ 3/3)
แต่ในภายหลังไม่มีใครล่วงรู้ว่าหลังจากนั้นฮิเมโนะเป็นอย่างไร

แต่มันก็เป็นเพียงความเป็นไปได้นึงที่ยังไม่รับการยืนยันนั่นแหละ แต่มันก็เป็นไปได้ที่สุดแล้วนะ
ไม่สิ ระดับนี้แล้วก็คงเป็นแบบนั้นแหละ

แต่เรื่องที่ว่ายูกิอาจจะรู้เรื่องตัวตนจริงของโยชิยูกิกับคนปลูกซากุระไม่ร่วงโรยต้นใหม่นั่น อันนี้ก็ไม่ทราบ ยูกิอาจใช้เวทมนตร์เชื่อมหัวใจสูตรเดียวกับที่ฮิเมโนะเคยใช้ก็ได้มั้ง

เอาล่ะ น่าจะแค่นี้แหละ เนื้อหาส่วนอื่นแบบเต็มๆ ไว้มีเวลาว่างเขียนแล้วจะมาเขียน

Published by sakuhanachan*

TDN人間です。

Leave a comment

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.